CatDumb.com – แคทดั๊มบ์ดอทคอม

    ชม 13 ภาพการใช้ชีวิตของชาวรัสเซีย ในช่วงที่วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีอิทธิพลในโซเวียต

    ชม 13 ภาพการใช้ชีวิตของชาวรัสเซีย ในช่วงที่วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีอิทธิพลในโซเวียต


    ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่สหภาพโซเวียตจะล่มสลาย มีฮาอิล กอร์บาชอฟ...

    ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่สหภาพโซเวียตจะล่มสลาย มีฮาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำของสหภาพโซเวียตในเวลานั้น ได้ให้อิสระกับประชาชนเป็นอย่างมาก

    รวมทั้งมีการอนุญาตให้อิทธิพลจากโลกตะวันตกแผ่ขยายเข้ามาได้อย่างอิสระ เรียกได้ว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์รัสเซียเลยก็ไม่ผิดนัก

    ว่าแต่บรรยากาศการใช้ชีวิตของชาวรัสเซียในช่วงเวลานั้นมันจะเป็นเช่นไรกัน ในวันนี้เราจะไปชมพร้อมๆ กันที่ข้างล่างนี้

     

    เริ่มกันจากภาพบรรยากาศหน้าร้านแมคโดนัลแห่งแรกของโซเวียตภายในวันที่เปิดทำการวันแรก เมื่อปี 1990

     

    หนุ่มสาวกับการกับการใช้ชีวิตแบบหรูหราและพิสดาร อันเป็นภาพลักษณ์ที่ชาวตะวันตกถูกเหมารวมบ่อยๆ

     

    ภาพโฆษณาของพิซซ่า และประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน ผู้ซึ่งเวลานั้นลงเลือกตั้งสมัยที่สองในปี 1996

     

    ชาวรัสเซียกับการทาน Astro Pizza หนึ่งในยี่ห้อพิซซ่าสหรัฐฯ รายแรกๆ ที่เข้ามาขายในรัสเซีย 1988

     

    ภาพนายทหารรัสเซียที่เกษียณแล้ว ซึ่งมีป้ายโฆษณาเครื่องสำอางสหรัฐฯ เป็นฉากหลัง 1996

     

    เหล่าชาวรัสเซียกับการดื่มเครื่องดื่มในบาร์สุดหรูซึ่งเป็นทั้งไนท์คลับและคาสิโนในตัว

     

    หญิงสูงอายุกินแฮมเบอร์เกอร์ในวันเปิดทำการของแมคโดนัลแห่งแรกของมอสโก 1990

     

    ประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซินใส่หมวกคาวบอย 1991

     

    คุณมีฮาอิล กอร์บาชอฟผู้นำคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียตกับการถ่ายภาพคู่กับป้ายแมคโดนัล 1991

     

    ร้านขนมอเมริกันในมอสโก 1993

     

    ชาวรัสเซียที่ซื้อขนมแท่งของอเมริกันในมอสโก 1991

     

    หญิงสาวในกางเกงยีนส์สีน้ำเงินในโรงแรมที่มอสโก เมื่อปี 1991

     

    และป้ายโฆษณาสินค้าอเมริกันในมอสโก เมื่อปี 1997

     

    ที่มา vintag และ timeline

    เพจโพสต์รณรงค์หยุดเล่นเอฟเฟกต์ ‘เศียรพระพุทธเจ้า’ ใน IG ชี้ไม่เหมาะสม ชาวเน็ตแห่สนับสนุน

    เพจโพสต์รณรงค์หยุดเล่นเอฟเฟกต์ ‘เศียรพระพุทธเจ้า’ ใน IG ชี้ไม่เหมาะสม ชาวเน็ตแห่สนับสนุน


    ในช่วงนี้หากใครที่ติด Instagram แบบงอมแงมและชื่นชอบกับการปัดดูสตอรี่ของคนอื่นๆ...

    ในช่วงนี้หากใครที่ติด Instagram แบบงอมแงมและชื่นชอบกับการปัดดูสตอรี่ของคนอื่นๆ ก็คงอาจจะผ่านๆ ตากันบ้างกับ ‘เศียร’ พระพุทธเจ้าที่ถูกนำมาทำเป็นเอฟเฟกต์สตอรี่

    ในตอนนี้ได้มีการเรียกร้องให้ยุติการเล่นเอฟเฟกต์ที่ว่านี้แล้ว เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะเหมาะสมนักกับการนำเศียรพระพุทธเจ้ามาทำอะไรเช่นนี้…

     

     

    เพจ Knowing Buddha with Master Acharavadee Wongsakon ได้โพสต์ถึงการเรียกร้องนี้ โดยระบุว่าทางเพจได้รับแจ้งว่า มีการใช้พระเศียรพระพุทธเจ้ามาทำเป็นสติกเกอร์แทนหน้าตัวเอง Instagram

    เอฟเฟกต์นี้เป็น  Augmented reality (AR) ที่ออกแบบโดยนักพัฒนา AR ชาวญี่ปุ่นที่ใช้ชื่อ Instagram ว่า @bma_japan 

     

    View this post on Instagram

    #仏像 #大仏 #ブッダ #仏 #ヨシヒコ #佐藤二朗 #山田孝之 #勇者ヨシヒコ #仏陀 #Buddha #金 #銅 #青銅

    A post shared by Junji Suzuki (@bma_japan) on May 13, 2019 at 6:34pm PDT

     

    หลังจากการมีเอฟเฟกต์นี้ออกมาก็มีผู้คนดาวน์โหลดไปใช้อย่างกว้างขวาง รวมถึงเริ่มเข้ามาเป็นที่นิยมในประเทศไทยบ้างแล้ว ซึ่งทางเพจระบุด้วยว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัยรุ่นและนักเรียน ซะส่วนมากที่ใช้เอฟเฟกต์นี้ในทางไม่เหมาะสม

    ทางเพจกล่าวว่า เรื่องนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเสื่อมในจิตสำนึก ทั้งจากผู้สรรค์สร้างและผู้นำมาใช้ซึ่งเป็นคนไทย ที่ไม่ได้คำนึงถึงโทษภัยและผลกระทบที่จะตามมาทั้งต่อตนเอง ต่อวัฒนธรรม และต่อพระพุทธศาสนา

    ด้วยเหตุนี้ทางเพจจึงวิงวอนว่าให้ช่วยกันรณรงค์เลิกใช้เอฟเฟกต์นี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง และขอให้ช่วยกันตรวจสอบเพื่อนำความดีงามกลับมาสู่สังคมต่อไป

    ส่วนทางเพจเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังประสานเรื่องนี้ไปยังผู้สร้างเอฟเฟกต์นี้แล้ว…

     

    โพสต์ต้นฉบับ

     

    โพสต์ดังกล่าวนี้ได้รับการแชร์ออกไปแล้วมากกว่า 2,000 ครั้ง ซึ่งก็มีผู้เข้ามาคอมเมนต์กันอย่างมากมาย โดยส่วนมากแล้วก็เห็นชอบไปในทิศทางเดียวกับเพศ ว่านี่เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก และอยากให้มีการหยุดใช้

     

    .

    .

    .

    .

    .

    .

     

    สำหรับเพื่อนๆ มีความเห็นยังไงกับเรื่องนี้ เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร เอามาแชร์กันได้นะ

     

    ที่มา: Knowing Buddha with Master Acharavadee Wongsakon

    ชม 5 ผลงานสุดแปลกที่ได้แรงบันดาลใจจาก “สโตนเฮนจ์” ที่ดูแล้วสงสัยว่า แบบนี้ก็ได้เหรอ?

    ชม 5 ผลงานสุดแปลกที่ได้แรงบันดาลใจจาก “สโตนเฮนจ์” ที่ดูแล้วสงสัยว่า แบบนี้ก็ได้เหรอ?


    เป็นเรื่องที่ทราบกันดีว่า สโตนเฮนจ์ คือโบราณสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศอังกฤษ...

    เป็นเรื่องที่ทราบกันดีว่า สโตนเฮนจ์ คือโบราณสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศอังกฤษ และเป็นโบราณสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน จะมีคนพยายามสร้างผลงานเลียนแบบ หรือผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสโตนเฮนจ์อยู่มากมายเต็มไปหมด

    แต่ในบรรดาผลงานที่เลียนแบบสโตนเฮนจ์เอง เราก็ยังสามารถพบผลงานบางชิ้นที่โดดเด่นกว่าชิ้นอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ด้วยความแปลกและเด่นเป็นเอกลักษณ์ของมัน เหมือนอย่างผลงานสโตนเฮนจ์แปลกๆ ทั้งห้าชิ้นต่อไปนี้

     

    1. โฟมเฮนจ์

    เริ่มกันจากอะไรที่ไม่แปลกมากอย่าง “โฟมเฮนจ์” ผลงานเลียนแบบสโตนเฮนจ์ที่ตั้งอยู่ที่รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา และมีจุดเด่นอยู่ที่การสร้างจากโฟมสมชื่อ

    โดยผลงานชิ้นนี้ถูกสร้างโดยคุณ Mark Cline ด้วยการปักเสาแต่ละอันลงในหลุมเรียงตามหลักดาราศาสตร์ของสโตนเฮนจ์ของจริง ก่อนที่จะเสริมความแกร่งด้วยเหล็ก และลงสีให้คล้ายกับหินมากที่สุด

    .

     

    2. โบ๊ทเฮนจ์

    นี่คือผลงานศิลปะซึ่งตั้งอยู่ที่รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา ซึ่งประกอบไปด้วยเรือเล็ก 6 ลำตั้งเด่นเป็นสง่า ซึ่งแม้ว่าดูยังไงก็เป็นแค่ผลงานเอาฮาก็ตาม แต่มันก็เป็นผลงานที่แปลกมากพอที่จะทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนเข้าไปชมจริงๆ ได้เลย

    .

     

    3. คาร์เฮนจ์

    นี่คือผลงานที่ตั้งอยู่ในรัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา และทำขึ้นจากรถวินเทจ 39 คัน ซึ่งถูกนำมาวางในรูปแบบคล้ายสโตนเฮนจ์ของจริง และพ่นสีเทาเลียนแบบหิน

    โดยที่แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นโดยคุณ Jim Reinders ในปี 1987เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พ่อของเขา อย่างไรก็ตามด้วยความแปลกของมัน ที่แห่งนี้จึงมีนักท่องเที่ยวเข้าไปชมกันพอสมควรเลย

    .

     

    4. เทเลโฟนเฮนจ์

    นี่เป็นผลงานที่ตั้งอยู่ที่สวนสนุกในไมร์เทิลบีช รัฐเซาท์แคโรไลนา และเป็นสโตนเฮนจ์ที่ทำจากตู้โทรศัพท์โบราณแบบอังกฤษ ซึ่งน่าเสียดายมากที่เทเลโฟนเฮนจ์นั้นไม่ได้ถูกสร้างจนสมบูรณ์แต่อย่างไร แถมในปัจจุบัน มันก็ถูกรื้อถอนไปแล้วด้วย

     

    5. ฟริดจ์เฮนจ์

    ฟริดจ์เฮนจ์คือผลงานศิลปะรูปแบบสโตนเฮนจ์ที่ทำจากตู้เย็น ตั้งอยู่ที่รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และอยู่คู่กับพื้นที่มาเกือบ 10 ปี อย่างไรก็ตามจากเสียงเรียกร้องของคนในพื้นที่ ในปี 2007 เจ้าผลงานศิลปะที่ถูกมองว่าเป็นขยะชิ้นนี้ก็ได้ถูกรื้อถอนออกไป และทิ้งไว้เพียงภาพในความทรงจำเท่านั้น

    .

     

    ที่มา amusingplanet

    เขายังไม่อยู่ท้ายรถบรรทุก! ‘จา พนม’ ปัดข่าวลวง โชว์ความพร้อม ฟิตขนาดนี้ไม่มีพลาด

    เขายังไม่อยู่ท้ายรถบรรทุก! ‘จา พนม’ ปัดข่าวลวง โชว์ความพร้อม ฟิตขนาดนี้ไม่มีพลาด


    เพื่อนๆ บางคนอาจได้ยินข่าวในช่วงเช้าว่า จา พนม ยีรัมย์ นักแสดงคิวบู๊ชื่อดังของไทย...

    เพื่อนๆ บางคนอาจได้ยินข่าวในช่วงเช้าว่า จา พนม ยีรัมย์ นักแสดงคิวบู๊ชื่อดังของไทย “ได้จากโลกนี้ไปแล้ว” ระหว่างถ่ายทำการแสดง แถมยังบอกว่าได้ทำการเคลื่อนย้ายศพเขากลับ จ.สุรินทร์ ไปเป็นที่เรียบร้อย

     

    จา พนม

     

    ข่าวการเสียชีวิตของนักแสดงไทยชื่อก้องโลก

     

    แต่ในขณะที่หลายๆ คนอาจกำลังโศกเศร้ากับข่าวนี้อยู่นั้นเอง ล่าสุดตอนเวลา 13.43 น. พี่จา พนม “ตัวจริงเสียงจริง” ก็ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กของตัวเองว่า “ตรูยังไม่ต๊ายยยยย”!!

    เอ่อ.. เอาจริงๆ คือพี่เขาพูดว่า “ใครบางคนเคยพูดว่าข่าวสารประชาสัมพันธ์ทั้งหมดเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ดี ตามรายงาน 2-3 เรื่องในประเทศไทยคือ ‘วันนี้ผมตายไปแล้ว’ ซึ่งผมไม่รู้ตัวมาก่อนเลย ผมยังคงสู้ต่อไป”

     

    ยังมีชีวิตอยู่ดีนะจ๊ะ

     

    ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะพี่แกยังอัปคลิปแสดงให้เห็นชัดๆ กันไปเลยว่า “ยังไม่ตายจริงๆ” นะเออ

     

    คลิปยืนยัน แถมโชว์ความฟิตเปรี๊ยะสักนิดหน่อย

     

    ฝีไม้ลายมืออันสุดยอด พร้อมด้วยคิวบู๊สุดเท่ที่น่าจดจำ

     

    ขนาดในหนังพี่แกยังไม่ตายง่ายๆ เล๊ยยยยย

     

    เอาเป็นว่าก่อนหน้านี้คือ “ข่าวปลอม” นะจ๊ะ เหล่าแฟนคลับสบายใจได้ รอติดตามผลงานของเขาต่อไปละกันเนาะ

     

    ที่มา: Tony Jaa Official

    ความทรงจำของสาวฮ่องกงในช่วง 10 ปีหายชั่วคราว หลังจากพยายาม ‘เบ่งอึ’ มากเกินไป

    ความทรงจำของสาวฮ่องกงในช่วง 10 ปีหายชั่วคราว หลังจากพยายาม ‘เบ่งอึ’ มากเกินไป


    ในภาพยนตร์หรือละครต่างๆ แล้ว บางครั้งเราจะได้เห็นฉากที่ตัวละครความทรงจำเสื่อม...

    ในภาพยนตร์หรือละครต่างๆ แล้ว บางครั้งเราจะได้เห็นฉากที่ตัวละครความทรงจำเสื่อม ซึ่งส่วนมากมีสาเหตุมาจากการถูกกระแทกศีรษะ หรือมีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจ

    แต่เรื่องภาวะความทรงจำเสื่อมที่เราจะนำมาให้ได้ชมกันในวันนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีสาวคนหนึ่งความจำหายไป 10 ปี เพราะพยายามเบ่งอึมากเกินไป…

     

     

    วันที่ 24 พฤษภาคม 2019 เว็บไซต์ AsiaOne ได้รายงานข่าวของผู้หญิงชาวฮ่องกงคนหนึ่งที่จู่ๆ ก็ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

    ซึ่งเมื่อทางครอบครัวเห็นว่าเธอมีอาการดังกล่าว ก็รีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่เมื่อทางแพทย์ได้ตรวจสอบสมองของเธอ ก็ไม่พบอาการผิดปกติอย่างไร

    อย่างไรก็ตาม หลังจากรักษาตัวอยู่ประมาณ 8 ชั่วโมง ดูเหมือนว่าความทรงจำของเธอก็ค่อยๆ ทยอยกลับคืนมาจนหมด

     

     

    ทาง Dr. Peng Jiaxiong นักประสาทวิทยาได้ให้ความเห็นว่า อาการที่หญิงคนดังกล่าวเป็น คืออาการลืมเหตุการณ์ทั้งหมดชั่วคราว หรือ Transient Global Amnesia (TGA)

    ซึ่ง TGA คืออาการที่จะทำให้ผู้ป่วยนั้นหลงลืมเหตุการณ์บางเหตุการณ์ แต่ไม่ทั้งหมด และยังคงจำได้ว่าตัวเองเป็นใครอยู่ ซึ่งอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป

    และเคสของหญิงคนดังกล่าวถือว่าเป็นเคสที่เกิดได้ยากมากๆ เนื่องจากกลุ่มอาการนี้จะมีโอกาสพบมากในผู้ที่ยกของหนัก หรือพบกับประสบการณ์สะเทือนใจมากกว่า

    แต่อย่างก็ตามมันได้เกิดขึ้นแล้ว

     

    ที่มา Nextshark, AsiaOne

    เปิดประวัติ Wagyu เนื้อวัวระดับพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น แต่ละชนิดต่างกันอย่างไรบ้าง!?

    เปิดประวัติ Wagyu เนื้อวัวระดับพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น แต่ละชนิดต่างกันอย่างไรบ้าง!?


    เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่า “เนื้อวะกิว”...

    เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่า “เนื้อวะกิว” เนื้อวัวระดับพรีเมี่ยมที่เสิร์ฟในร้านอาหารเหล่านี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร มีความพิเศษอย่างไร และทำไมถึงมีราคาสูงกว่าเนื้อชนิดอื่นๆ

    วันนี้ #เหมียวเปปเปอร์ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเนื้อวะกิวมาฝากเพื่อนๆ กัน

    Wagyu (วะกิว) มาจากในภาษาญี่ปุ่นสองคำ คือคำว่า Wa (วะ) ที่แปลว่าประเทศญี่ปุ่น และคำว่า Gyu (กิว​) ที่แปลว่า วัว เมื่อรวมกันแล้วหมายถึงเนื้อวัวที่มาจากประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

     

     

    เนื้อวะกิว มาจากวัวเนื้อไม่กี่สายพันธุ์ อย่างเช่น Japanese Black พันธุ์ญี่ปุ่นขนดำ ทาจิมะ (Tajima) หรือ ทาจิริ (Tajiri) Japanese Shorthorn พันธุ์ญี่ปุ่นเขาสั้น และ Japanese Polled พันธุ์ญี่ปุ่นไม่มีเขา

    วัวเหล่านี้จะถูกเลี้ยงดูอย่างดีในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและเป็นมิตร กินอาหารที่มีคุณภาพ ทำให้พวกมันไม่มีความเครียด เนื้อที่ได้จึงมีความอ่อนนุ่มกว่าเนื้อชนิดอื่น และมีราคาสูง

     

     

    ความพิเศษของเนื้อวะกิวคือ ไขมันที่แทรกตัวอยู่ทั่วกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดลายหินอ่อน ให้รสสัมผัสอ่อนนุ่มละลายในปากยากเกินห้ามใจ และมีกลิ่นหอม ไม่ว่าจะนำไปปรุงเมนูไหนก็อร่อย

    การจัดเกรดของเนื้อชนิดนี้แบ่งออกเป็น 2 แบบ

    1. อัตราส่วนของเนื้อเมื่อเทียบกับน้ำหนัก มี 3 ระดับตั้งแต่ A-C

    2. คุณภาพเนื้อ วัดจากลายหินอ่อน สี ความมันวาว ความแน่น เนื้อสัมผัส และคุณภาพของไขมัน แบ่งเป็นระดับ 1-5

    ดังนั้นการวัดเกรดของเนื้อวะกิวจึงมีทั้งหมด 15 ระดับ โดยระดับที่มีคุณภาพที่สุดคือ เนื้อ A5

     

    ความพิถีพิถันในการเลี้ยงดู คัดเลือกเนื้อ ตลอดจนขั้นตอนการปรุงอาหารแบบญี่ปุ่นทำให้เนื้อวะกิวเป็นที่นิยม ถูกอกถูกใจคนทั่วโลก

     

    ที่มา: jnto, wagyu, medium

    “7 เรื่องราวการทำแท้ง จากผู้หญิง 7 คน” ผ่านมุมมองช่างภาพสาวในโปรเจกต์ “ฉันเคยทำแท้ง”

    “7 เรื่องราวการทำแท้ง จากผู้หญิง 7 คน” ผ่านมุมมองช่างภาพสาวในโปรเจกต์ “ฉันเคยทำแท้ง”


    ช่างภาพสาว Tara Todras-Whitehill ผู้ให้การสนับสนุนเรื่องสิทธิสตรี...

    ช่างภาพสาว Tara Todras-Whitehill ผู้ให้การสนับสนุนเรื่องสิทธิสตรี ได้เปิดเผยเซ็ตภาพโปรเจกต์ที่เธอได้ถ่ายผู้คนเกี่ยวกับหัวข้อ “การทำแท้ง”

    ปี 2005 เป็นปีที่เธอได้เริ่มถ่ายทำโปรเจกต์นี้ โดยเธอขอให้ผู้หญิงที่เคยทำแท้งได้แบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำแท้งของพวกเธอ

     

    Tara Todras-Whitehill ช่างภาพผู้ถ่ายทำโปรเจกต์ “ฉันเคยทำแท้ง”

     

    โปรเจกต์นี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความหวังให้กับผู้หญิงด้วยกัน และเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ฝ่ายที่เห็นว่าการทำแท้งควรผิดกฎหมาย โดยมี 7 เรื่องราวจากผู้หญิง 7 คน เรื่องราวแต่ละคนจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไปรับชมได้เลย…

     

    1. A’yen Tran วัย 25 ปี

    ในช่วงวัยรุ่นเธอมีแฟนหัวรุนแรง และชอบล่วงละเมิดทางเพศ เธอตั้งครรภ์ในขณะที่ความสัมพันธ์เริ่มแย่ลง เธอจึงตัดสินใจกินยาแท้ง และได้เปิดเผยเรื่องราวของเธอให้กับสังคมรับรู้เพื่อเป็นตัวอย่างถึงการมีสิทธิของตนเอง

     

     

    2. Barbara Ehrenreich วัย 64 ปี

    เธอเป็นนักเขียนในหัวข้อ “รับผิดชอบต่อการทำแท้ง” ในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ เธอผ่านการทำแท้งมา 2 ครั้ง เพราะขณะนั้นการมีลูกยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับเธอ

     

     

    3. Florence Rice วัย 86 ปี

    เธอเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ตอนที่รู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์ท้องที่สอง เธอรู้ว่าเธอไม่อาจเลี้ยงดูลูกคนที่สองได้เพราะฐานะที่ยากจน นั่นทำให้เธอทำแท้งผิดกฎหมายจนได้รับการติดเชื้ออย่างรุนแรง

     

     

    4. Jennifer วัย 35 ปี (ซ้าย) และ Gillian วัย 36 ปี (ขวา)

    Jennifer เป็นนักข่าวและนักเขียนเกี่ยวกับการทำแท้งมากว่า 10 ปี และเธอรู้สึกไม่พอใจเกี่ยวกับข้อถกเถียงเรื่องการต่อต้านการทำแท้ง เพราะนั่นคือสิทธิที่ผู้หญิงสมควรจะได้รับ

    Gillian เคยทำแท้งหนึ่งครั้ง เพราะขณะนั้นเธอตั้งครรภ์ทั้งที่ยังไม่พร้อมกับสามีคนปัจจุบันของเธอ อย่างไรก็ตามตอนนี้พวกเขามีลูกสาวน่ารักๆ ด้วยกันหนึ่งคน

     

     

    5. Loretta Ross วัย 51 ปี

    เธอเป็นบุคคลที่เข้าร่วมขบวนการสร้างความยุติธรรมเพื่อการทำแท้ง เธอมีลูกชายอยู่แล้วหนึ่งคนขณะที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ท้องที่สอง

    เธอจำเป็นต้องได้รับการยินยอมจากแม่เพื่อการทำแท้งอย่างถูกกฎหมาย แต่แม่เธอปฏิเสธ แต่สุดท้ายเธอก็ได้ทำแท้งแม้จะเลยเวลาครรภ์ที่เหมาะสมแล้วก็ตาม

     

     

    6. Sebastiana Correa วัย 28 ปี

    เธอตั้งครรภ์ขณะเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่แม่ของเธอเป็นนักกิจกรรมผู้ดูแลเด็กกำพร้าในประเทศบราซิล

    ตอนที่เธอรู้ตัวว่าท้องเธอรู้สึกโชคดีที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา เพราะสามารถทำแท้งได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

     

     

    7. Liberty Aldrich (ซ้าย) และ Joe Saunders (ขวา)

    ทั้งคู่เคยยุติความสัมพันธ์กันมาก่อน เพราะขณะนั้นยังไม่พร้อมหลายอย่าง อย่างไรก็ตามก็สามารถปรับตัว และเรียนรู้เข้าหากัน อยู่ร่วมกัน จนปัจจุบันมีลูกชายสองคนในวันที่ทั้งสองพร้อมจริงๆ

     

     

    ที่มา: buzzfeednews

    3 นทท. สาวไม่เอะใจ ตุ๊กๆ บอกตอนแรก 500 พอถึงที่หมายกลับต้อง “จ่ายคนละ 500” ?!

    3 นทท. สาวไม่เอะใจ ตุ๊กๆ บอกตอนแรก 500 พอถึงที่หมายกลับต้อง “จ่ายคนละ 500” ?!


    ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ เคยเจอแบบนี้บ้างมั้ย… กับการเราต่อรองราคากับรถสองแถว หรือ รถตุ๊กตุ๊ก...

    ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ เคยเจอแบบนี้บ้างมั้ย… กับการเราต่อรองราคากับรถสองแถว หรือ รถตุ๊กตุ๊ก เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนขึ้นใช้บริการ แต่เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ราคาที่คนขับเรียกให้เราจ่ายจริงๆ กลับแตกต่างออกไปจากเดิม

    เหตุการณ์ในลักษณะนั้นได้ถูกแชร์ผ่านเพจ จส.100 (วิทยุข่าวสารและการจราจร) เมื่อ “นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ” 3 คน ใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กเพื่อเดินทางจากเขต “นางเลิ้ง” ไปยังโรงแรมแถว “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” กรุงเทพฯ

     

    สถานีวิทยุ จส.100 ที่ได้รับแจ้งเรื่องราวดังกล่าว

     

    จากคำบอกเล่า ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 11.00น. นักท่องเที่ยวทั้ง 3 คนก็ได้ตกลงราคากับคนขับรถตุ๊กตุ๊กเอาไว้ที่ 500 บาทในตอนแรกก่อนขึ้นนั่ง

    จนเมื่อขับมาถึงจุดหมายปลายทาง คนขับกลับเรียกเก็บนักท่องเที่ยวทั้ง 3 คนนั้น “คนละ 500 บาท” รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,500 บาท

    ในตอนนั้น พวกเธอก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเป็นความเข้าใจผิดของพวกตนในตอนแรก และยอมจ่ายให้คนขับไปทั้งสิ้น 1,500 บาท แต่เมื่อนำเรื่องนี้มาเล่าให้กับไกด์คนไทยฟัง ไกด์คนนั้นก็รับรู้ทันทีว่าพวกเธอโดนโกง

     

    ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

     

    ไกด์ที่ได้รับฟังเรื่องที่เกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยวสาวทั้ง 3 คนก็ได้นำเรื่องนี้มาแจ้งต่อทาง จส.100 หวังให้ช่วยเป็นสื่อกลางในการร้องเรียน แก้ไขปัญหาดังกล่าว

    เขามองว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็น “การบ่อนทำลายการท่องเที่ยวที่เป็นชื่อเสียงของประเทศ” ไม่ยุติธรรมกับคนที่ตั้งใจทำมาหากินอย่างสุจริต แต่กลับต้องรับผลกระทบจากเรื่องนี้ไปด้วย

     

    เรื่องราวดังกล่าว

     

    โพสต์ต้นฉบับ (25 พ.ค. 2019)

     

    เหตุการณ์ที่ได้รับแจ้งและถูกแชร์ลงหน้าเพจนี้ก็สร้างความไม่พอใจให้กับหลายๆ คน เพราะมองว่านี่คือสาเหตุหลักที่กำลัง “ทำลายการท่องเที่ยว” ของประเทศเรา โดยที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขใดๆ

     

    .

    .

    .

    .

    .

     

    ยังไงก็หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาอีกนะ…

     

    ที่มา: JS100 Radio

    ยูทูบเบอร์ญี่ปุ่น ถูกจับในข้อหาทำร้ายภรรยา หลังรู้ว่าเธอเป็นคน ‘คอมเมนต์ด่า’ เขามาตลอด

    ยูทูบเบอร์ญี่ปุ่น ถูกจับในข้อหาทำร้ายภรรยา หลังรู้ว่าเธอเป็นคน ‘คอมเมนต์ด่า’ เขามาตลอด


    ในปัจจุบันนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย...

    ในปัจจุบันนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ “ยูทูบเบอร์ (YouTuber)” อาชีพที่เน้นทำคอนเทนต์วิดีโอลงในเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์อย่าง YouTube

    ด้วยรายได้ของยูทูบเบอร์ดังๆ ทำให้ปัจจุบันมีหลายคนที่หันไปทำอาชีพนี้เต็มตัว อย่างชายชาวญี่ปุ่นวัย 44 ปีที่เราจะนำมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันในวันนี้ก็ด้วย

     

     

    แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2019 ที่ผ่านมานี้ ชายคนที่เรากล่าวถึงนั้นเพิ่งจะถูกพิจารณาคดีโดยศาลเมืองโออิตะ ในข้อหาทำร้ายภรรยาวัย 36 ปี ของตนเองด้วยความโมโห

    ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ชายคนดังกล่าวบันดาลโทสะใช้ความรุนแรงออกไปก็คือ เขาจับได้ว่าภรรยาของตัวเอง เป็นคนที่คอย “คอมเมนต์เกรียนๆ” บนวิดีโอที่เขาอัปโหลดมาเสมอตอนเป็นยูทูบเบอร์

     

     

    โดยตลอดมาเวลาที่เขาอัปโหลดวิดีโอลง YouTube จะมีสมาชิกคนหนึ่งที่จะคอยตามคอมเมนต์แย่ๆ ในวิดีโอของเขาเสมอ ไม่ว่าจะเป็น “ไอ้โง่”, “งี่เง่า”, “กระจอกว่ะ” หรือ “ไอ้หัวล้าน”

    เวลาผ่านมาจนมาถึงเดือนมีนาคมของปีนี้ ในที่สุดฝ่ายสามีก็ได้รู้ความจริงว่า แท้จริงแล้วคอมเมนต์แย่ๆ พวกนั้นเป็นคอมเมนต์ที่มาจากภรรยาของตัวเอง ซึ่งเธอวานให้คนรู้จักช่วยไปพิมพ์คอมเมนต์แบบนี้ตลอดเวลา

    และเมื่อสามีรู้ความจริง ก็โมโหเป็นอย่างมาก จัดการมัดแขนมัดขาของเธอ และทำร้ายเธออย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นเตะเข้าที่หน้า หรือกระทืบเข้าที่ท้อง

    สุดท้ายในเดือนนี้ทางศาลได้พิจารณาตัดสินลงโทษเขาด้วยการจำคุกเป็นเวลา 3 ปี

     

    ที่มา Soranews24, Nishinippon ShimbunGolden Times, Japantoday

    สาวใช้เวลากว่า 1,000 ชั่วโมง สร้าง ‘ชุดคอสเพลย์ Anubis’ สุดเจ๋ง ที่ราวกับใช้ CGI ทำ

    สาวใช้เวลากว่า 1,000 ชั่วโมง สร้าง ‘ชุดคอสเพลย์ Anubis’ สุดเจ๋ง ที่ราวกับใช้ CGI ทำ


    “การคอสเพลย์” คือการแต่งตัวเลียนแบบตัวละครในการ์ตูนหรือภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบ...

    “การคอสเพลย์” คือการแต่งตัวเลียนแบบตัวละครในการ์ตูนหรือภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในงานอดิเรกที่เป็นที่นิยมของกลุ่มคนรุ่นใหม่

    ซึ่งวันนี้เราก็มีชุดคอสเพลย์สุดมหัศจรรย์มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันครับ เมื่อ Martina Hugentobler เกมดีไซเนอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้ไปเจอกับการออกแบบตัวละครที่ถูกใจเธอเป็นอย่างมาก

    จึงเปลี่ยนตัวละครดังกล่าวกลายเป็นชุดคอสเพลย์สุดเจ๋ง ที่ถูกใจชาวเน็ตเป็นที่สุด เรียกความสนใจและยอดไลค์ได้มากถึง 100,000 ครั้ง!!

     

    ชุดคอสเพลย์ Anubis ที่เธอทำ

     

    เธอเผยว่าเธอได้ไปเห็นตัวละครต้นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งมันถูกออกแบบโดย Hui Zou และสร้างโดยสตูดิโอ R-One เธอหลงรักมันตั้งแต่แรกเห็น จึงติดต่อไปยังเจ้าของตัวละคร เพื่อขออนุญาตทำเป็นชุดคอสเพลย์

    เมื่อได้รับอนุญาต เธอตัดสินใจที่จะสร้างชุดคอสเพลย์ตัวละครนี้ออกมาในเวอร์ชั่น Lowpoly หรือเวอร์ชั่นที่ดูเป็นดิจิตัลหรือ CGI นั่นเอง

     

     

    ในการสร้างชุดดังกล่าว เธอเผยว่าเธอใช้เวลากว่า 1,000 ชั่วโมงเพื่อวางแผนและได้ลองผิดลองถูกเพื่อลงมือสร้างมันโดยใช้วิธีต่างๆ ไม่ว่าจะลองใช้ชิ้นส่วนชุดที่แตกต่างกันออกไป หรือลองขยับชุดในส่วนต่างๆ

    เวลาผ่านมาเกือบหนึ่งปี ในที่สุดผลการลองผิดลองถูกของเธอก็เสร็จสมบูรณ์ และถูกใจชาวเน็ตเป็นที่สุด

     

     

    ดูความงดงามของชุดก่อน!!

     

    มีเคียวเป็นอาวุธประจำตัว

     

    เท่สุดๆ

     

    ดูดีเทลสิ

     

    พลังแสงอาทิตย์!!

     

    ดูขั้นตอนใส่ชุดเสียก่อน View this post on Instagram

    Here's how I get into Anubis' armor, it takes about 15-20 minutes. I built it so I can dress up without needing help Character design by @huizo_art & @r_one_studio. #anubis #cosplay #costume #egyptiangods #transformation #dressup #wip #cosplaywip #anubiscosplay #robot #mecha #statue #armor #wearable #pvc #vinyl

    A post shared by Polygon Forge (@polygon_forge) on May 17, 2019 at 4:31am PDT

     

    นี่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในชุดคอสเพลย์ที่เจ๋งที่สุด ที่ #เหมียวโคบี้ เคยเห็นมาเลยล่ะ!!

     

    ที่มา Boredpanda, polygon_forge