Blognone

    AWS Ground Station เข้าสู่สถานะ GA พร้อมให้บริการส่งข้อมูลจากสถานีภาคพื้นดาวเทียมสู่คลาวด์แล้ว

    AWS Ground Station เข้าสู่สถานะ GA พร้อมให้บริการส่งข้อมูลจากสถานีภาคพื้นดาวเทียมสู่คลาวด์แล้ว


    เมื่อปลายปีที่แล้ว AWS เปิดตัว Ground Station...

    เมื่อปลายปีที่แล้ว AWS เปิดตัว Ground Station บริการให้เช่าสถานีภาคพื้นสำหรับรับข้อมูลจากดาวเทียมส่งเข้าคลาวด์ หลังจากเปิดให้บริการแบบพรีวิวมาสักระยะ วันนี้ AWS Ground Station ก็ได้เข้าสู่สถานะ GA แล้ว

    วิธีใช้ AWS Ground Station ผู้ใช้จะต้องเพิ่มดาวเทียมเข้าไปในบัญชี AWS โดยจะต้องให้ NORAD ID และข้อมูลอื่น ๆ และใช้เวลารอตามกระบวนการ 2 วัน จากนั้นให้เลือกสถานีภาคพื้นที่จะรับข้อมูลจากดาวเทียม โดยการเลือกสถานีจะต้องขึ้นกับวงโคจรของดาวเทียมและเวลาที่จะรับข้อมูล

    หลังจากเลือกสถานีภาคพื้นแล้ว ก็ให้เขียน instance อื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้งานขึ้นมา (ใช้ CloudFormation ได้) จากนั้นให้เลือกจองเวลาเชื่อมต่อผ่าน Ground Station Console และจองเวลาที่จะใช้งาน ซึ่งเมื่อดาวเทียมโคจรมายังจุดที่เชื่อมต่อกับสถานีภาคพื้นได้ ก็จะรับส่งข้อมูลกัน

    กลุ่มลูกค้าของ AWS Ground Station จะเป็นบริษัทที่ต้องการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมที่จากเดิมอาจต้องสร้างสถานีภาคพื้นเพื่อรับส่งข้อมูลจากดาวเทียมเอง หรือต้องทำสัญญาเช่าใช้สถานีดาวเทียมจากบริษัทอื่น ในขณะที่ AWS จะคิดค่าบริการแบบจ่ายตามใช้งานจริง ใช้เท่าไรก็จ่ายเท่านั้น ไม่มีติดสัญญา

    ตอนนี้ AWS Ground Station มีสถานีภาคพื้นที่เปิดให้บริการแล้ว 2 แห่ง คือ Oregon และ Ohio และมีอีก 10 แห่งที่กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมเปิดตัวภายในปีนี้ ซึ่งสถานีภาคพื้นแต่ละแห่งจะเชื่อมต่อเข้ากับศูนย์ข้อมูลของ AWS ที่ใกล้ที่สุด

    ที่มา - AWS Blogs, VentureBeat


    ภาพประกอบจาก AWS

    Topics: AWSAmazonSattlelite
    Arm เปิดตัว Cortex-A77, กราฟิก Mali-G77, และชิปปัญญาประดิษฐ์ Arm ML

    Arm เปิดตัว Cortex-A77, กราฟิก Mali-G77, และชิปปัญญาประดิษฐ์ Arm ML


    ARM เปิดตัวซีพียูและจีพียูรุ่นต่อไปในชื่อ Cortex-A77 และ Mali-G77...

    ARM เปิดตัวซีพียูและจีพียูรุ่นต่อไปในชื่อ Cortex-A77 และ Mali-G77 สำหรับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนไปจนถึงโน้ตบุ๊ก และชิป Arm ML ที่เป็นหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ

    Cortex-A77 รองรับสัญญาณนาฬิกา 3GHz เท่า Cortex-A76 แต่ปรับปรุงประสิทธิภาพโดยขยายแบนวิดท์การรันคำสั่งเป็น 6 คำสั่งต่อสัญญาณนาฬิกา และขยายการทำงานไม่ตามลำดับ (out-of-order execution) เป็น 160 คำสั่ง พร้อมกับเพิ่มวงจรเข้ารหัส AES ชุดที่สอง โดยรวมแล้วประสิทธิภาพตาม SPECint2006 จะสูงขึ้น 20% เทียบกับ Cortex-A76 สำหรับการคอนฟิกแบบ big.LITTLE ที่มีคอร์ขนาดเล็กคู่กัน จะใช้ Cortex-A55 เหมือนเดิม

    Mali-G77 ใช้สถาปัตยกรรมใหม่ Valhall ปรับปรุงสถาปัตยกรรมให้เข้ากับ API เช่น Vulkan ให้มากขึ้น ตัวสถาปัตยกรรมเป็นมิตรกับคอมไพล์เลอร์เพื่อให้รีดประสิทธิภาพได้ดีขึ้น โดยรวมพลังประมวลผลสูงขึ้นเป็น 1.4 เท่า ขณะที่อัตราการใช้พลังงานดีขึ้น 30% เทียบกับ Mali-G76

    Arm ML เป็นชิปเร่งความเร็วปัญญาประดิษฐ์ (neural processing unit - NPU) โดยเฉพาะ สามารถคอนฟิกได้สูงสุด 8 คอร์ รวมพลังประมวลผล 32 TOPs ใช้งานร่วมกับเฟรมเวิร์คเช่น TensorFlow, TensorFlow Lite, Caffee, และเฟรมเวิร์คอื่นที่รองรับฟอร์แมต ONNX

    ทั้งสามตัวต้องรอผู้ผลิตมาซื้อพิมพ์เขียวไปพัฒนาต่อ ซึ่งก็มักจะเป็นการพัฒนาชิปเพื่อใช้กับโทรศัพท์ในปีหน้า เช่นปีที่แล้ว Cortex-A76 และ Mali-G76 ก็ถูกใช้งานในชิป Kirin 980 สำหรับโทรศัพท์เช่น Huawei P30 Pro ที่ออกมาในปีนี้

    ที่มา - Arm Blog (Cortex-A77, Mali-G77, Arm ML)

    Topics: ARMCPUMobile
    ทีมวิจัยไมโครซอฟท์สร้างปัญญาประดิษฐ์แปลงเสียงเป็นข้อความ ใช้เสียงพูดพร้อมข้อความแค่ 20 นาที ระบบอ่านฟังออก 99.84%

    ทีมวิจัยไมโครซอฟท์สร้างปัญญาประดิษฐ์แปลงเสียงเป็นข้อความ ใช้เสียงพูดพร้อมข้อความแค่ 20 นาที ระบบอ่านฟังออก 99.84%


    ทีมวิจัยร่วมระหว่างไมโครซอฟท์และมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University)...

    ทีมวิจัยร่วมระหว่างไมโครซอฟท์และมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) รายงานความสำเร็จในการออกแบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (text-to-speech - TTS) และแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ (automatic speech recognition - ASR) โดยใช้ข้อมูลปริมาณน้อยมาก คิดเป็นเสียงพูดประมาณ 20 นาทีเท่านั้น แต่ยังความแม่นยำของการสร้างเสียงพูดที่ฟังออก (intelligible rate) สูงถึง 99.84%

    ระบบนี้อาศัยการฝึกปัญญาประดิษฐ์เป็นคู่ทั้ง TTS และ ASR ไปพร้อมกัน และแม้จะบอกว่าใช้เสียงพูดพร้อมข้อความ (paired-data) เพียง 20 นาที แต่งานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลเสียงพูด 14,000 ชุดยาว 24 ชั่วโมงจากชุดช้อมูล LJSpeech เพื่อฝึกแบบไม่มีคู่ข้อมูลเฉลย (unpaired data) ไปด้วย แม้ว่าการแปลงข้อความเป็นเสียงจะค่อนข้างดี แต่การแปลงเสียงเป็นข้อความกลับมีความผิดพลาดระดับพยางค์ถึง 11.7%

    ทีมวิจัยกำลังพยายามพัฒนาระบบที่ใช้ข้อมูลฝึกพร้อมเฉลยในปริมาณน้อย แต่ใช้ข้อมูลที่ไม่มีเฉลย (เช่นการอัดเสียงพูดของผู้ใช้เปล่าๆ โดยไม่ต้องสร้างข้อความ) ร่วมกันการฝึกโมเดลไว้ล่วงหน้าแบบอื่นๆ

    งานวิจัยกลุ่ม TTS/ASR ที่ใช้ข้อมูลฝึกน้อยเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจ เพราะในอนาคตเราอาจสามารถสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าใจเสียงพูดของแค่ละคนได้สูงมากโดยที่ผู้ใช้ต้องฝึกปัญญาประดิษฐ์ในช่วงเริ่มต้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    ที่มา - Speech Research

    Topics: Artificial IntelligenceMicrosoftText-to-Speech
    Ryzen รุ่นที่สามเปิดตัว, เพิ่มซีพียู Ryzen 9 รุ่น 12 คอร์ แรงกว่า Core i9 แต่ถูกกว่าเกินครึ่ง

    Ryzen รุ่นที่สามเปิดตัว, เพิ่มซีพียู Ryzen 9 รุ่น 12 คอร์ แรงกว่า Core i9 แต่ถูกกว่าเกินครึ่ง


    AMD เปิดตัวซีพียู Ryzen 3rd Gen หรือนับซีรีส์เป็น 3000 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Zen 2 ตัวใหม่ล่าสุด,...

    AMD เปิดตัวซีพียู Ryzen 3rd Gen หรือนับซีรีส์เป็น 3000 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Zen 2 ตัวใหม่ล่าสุด, ใช้กระบวนการผลิตระดับ 7 นาโนเมตร, ซ็อคเก็ต AM4 และรองรับ PCIe 4.0

    ข้อมูลใหม่ที่ AMD แถลงในงานคือ สถาปัตยกรรม Zen 2 มีจำนวนคำสั่งต่อรอบสัญญาณนาฬิกา (IPC หรือ instructions per cycle) เพิ่มขึ้นถึง 15%, ประสิทธิภาพในการประมวลผลทศนิยม (floating point) เพิ่มขึ้น 2 เท่า และขนาดแคชเพิ่มขึ้น 2 เท่า

    Welcome the most advanced desktop processor for unparalleled performance in gaming, productivity, and content creation: 3rd Gen AMD Ryzen. Learn more from #COMPUTEX2019: https://t.co/xwexmdDMin pic.twitter.com/icdHApAgwH

    — AMD (@AMD) May 27, 2019

    สินค้าชุดแรกภายใต้แบรนด์ Ryzen 3000 คือ Ryzen 7 3700X และ Ryzen 7 3800X ซึ่งเป็นซีพียู 8 คอร์ 16 เธร็ดเท่ากัน ต่างกันคือคล็อคที่ 3800X แรงกว่า และอัตรากินพลังงาน (TDP) ที่รุ่น 3700X อยู่ที่ 65 วัตต์ และ 3800X คือ 105 วัตต์

    ความน่าสนใจของ Ryzen 3700X คือใช้พลังงานลดลงจากรุ่นพี่ 2700X (65 วัตต์ vs 105 วัตต์) แต่ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีของคนที่อยากได้เครื่องแรงๆ แต่ยังประหยัดพลังงานไปพร้อมกัน

    ส่วนคนที่ต้องการของแรงจริงๆ ยังมี Ryzen 3800X ให้เลือกด้วย ซึ่ง AMD เองก็ระบุว่าออกแบบมาสำหรับชาวเกมมิ่งเป็นหลัก และโชว์เบนช์มาร์คของเกมยอดฺิตหลายเกมในโลก eSport ด้วย

    แต่ที่เป็นของใหม่จริงๆ คือการเปิดตัว Ryzen 9 ที่มีคอร์มากกว่า 8 คอร์เป็นครั้งแรก (เดิมที AMD จำกัดคอร์ Ryzen ไว้สูงสุด 8 คอร์ ถ้าคอร์เยอะกว่านั้นคือแบรนด์ Threadripper แทน) โดยสินค้าตัวแรกคือ Ryzen 9 3900X ที่มี 12 คอร์ 24 เธร็ด ออกมาชนกับ Core i9 ของอินเทลโดยเฉพาะ

    Here's an exclusive #COMPUTEX2019 look at the newest edition to the Ryzen family, the 12 core/24 thread 3rd Gen AMD Ryzen 9 3900X processor. https://t.co/OgLHoqWv9T pic.twitter.com/75FzfpdiKx

    — AMD Ryzen (@AMDRyzen) May 27, 2019

    AMD เปรียบเทียบ Ryzen 9 3900X กับ Core i9 9920X (ที่เป็น 12 คอร์เท่ากัน) โดยระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่า 14% (เธร็ดเดียว) และ 6% (มัลติเธร็ด) โดยที่ใช้พลังงานน้อยกว่า (105 วัตต์ vs 165 วัตต์) แถมราคาถูกกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง (499 ดอลลาร์ vs 1,199 ดอลลาร์)

    AMD Ryzen ซีรีส์ 3000 จะวางขายวันที่ 7 กรกฎาคม 2019 โดยตั้งราคาดังนี้

    Ryzen 7 3700X 8 คอร์ 16 เธร็ด TDP 65 วัตต์ - ราคา 329 ดอลลาร์ Ryzen 7 3800X 8 คอร์ 16 เธร็ด TDP 105 วัตต์ - ราคา 399 ดอลลาร์ Ryzen 9 3900X 12 คอร์ 24 เธร็ด TDP 105 วัตต์ - ราคา 499 ดอลลาร์

    The world's first PCIe 4.0 ready platform for gamers: the new X570 chipset for socket AM4 enables high-performance graphics cards, networking devices, NVMe drives, and more. Available only with 3rd Gen AMD Ryzen processors. https://t.co/OgLHoqWv9T pic.twitter.com/3rP9Wt7fu6

    — AMD Ryzen (@AMDRyzen) May 27, 2019

    Topics: RyzenAMDZenCPUProcessor
    AMD เปิดตัว Radeon RX 5000

    AMD เปิดตัว Radeon RX 5000 "Navi" เปลี่ยนสถาปัตยกรรมจาก GCN เป็น RDNA


    AMD เปิดตัวจีพียูซีรีส์ใหม่ Radeon RX 5000 ที่ใช้สถาปัตยกรรมใหม่ Navi ที่รอคอยกันมานาน ...

    AMD เปิดตัวจีพียูซีรีส์ใหม่ Radeon RX 5000 ที่ใช้สถาปัตยกรรมใหม่ Navi ที่รอคอยกันมานาน โดยใช้กระบวนการผลิตระดับ 7 นาโนเมตรเหมือนกับ Radeon VII

    จุดเปลี่ยนสำคัญของ Radeon Navi คือใช้สถาปัตยกรรมซีพียูตัวใหม่ RDNA ที่มาแทนสถาปัตยกรรม GCN (Graphics Core Next) ที่ใช้ต่อกันมาตั้งแต่ปี 2012 โดย RDNA ถูกออกแบบใหม่ตั้งแต่ตัวหน่วยประมวลผล (compute unit), การวางระดับชั้นของแคช และปรับปรุง graphic pipeline ใหม่ ผลลัพธ์คือ ประสิทธิภาพต่อคล็อคเพิ่มขึ้น 1.25 เท่า (นับเฉพาะการเปลี่ยนสถาปัตยกรรม) เมื่อบวกกับกระบวนการผลิตที่ปรับปรุงขึ้นจากเดิม ทำให้ภาพรวมของ Radeon Navi มีประสิทธิภาพต่อวัตต์เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 เท่า

    จีพียูตัวแรกในซีรีส์คือ Radeon RX 5700 ที่จะวางขายในเดือนกรกฎาคมนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมของ Radeon RX 5700 จะเปิดเผยในงาน E3 2019 เดือนมิถุนายน

    Introducing the world’s first “Navi” gaming GPU family based on the all new RDNA gaming architecture: the AMD Radeon RX 5700 series. Learn more from #COMPUTEX2019: https://t.co/xwexmdDMin pic.twitter.com/rY2dAsq52l

    — AMD (@AMD) May 27, 2019

    AMD ยังยืนยันข่าวสเปกของ PS5 ที่ Sony เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ว่าจะใช้ซีพียู Ryzen 3000 รุ่นปรับแต่ง และจีพียู Radeon Navi รุ่นปรับแต่งด้วย

    Topics: RadeonGPUAMDHardware
    อินเทลเปิดตัว Core i9-9900KS Special Edition บูสต์คล็อคแตะ 5GHz พร้อมกัน 8 คอร์

    อินเทลเปิดตัว Core i9-9900KS Special Edition บูสต์คล็อคแตะ 5GHz พร้อมกัน 8 คอร์


    อินเทลเปิดตัวซีพียูใหม่ที่งาน Computex 2019 โดยนำซีพียู Core i9-9900K (เปิดตัวครั้งแรกเดือนตุลาคม 2018)...

    อินเทลเปิดตัวซีพียูใหม่ที่งาน Computex 2019 โดยนำซีพียู Core i9-9900K (เปิดตัวครั้งแรกเดือนตุลาคม 2018) มาอัพเกรดเป็น Core i9-9900KS (Special Edition) โดยสามารถบูสต์คล็อคของคอร์ทั้ง 8 คอร์ขึ้นไปแตะ 5GHz พร้อมกันได้

    Core i9-9900K ตัวเดิมสามารถบูสต์คล็อคแตะ 5GHz ได้อยู่แล้ว แต่สามารถบูสต์ได้แค่ 2 คอร์จาก 8 คอร์เท่านั้น (ถ้าบูสต์ทั้ง 8 คอร์พร้อมกันจะได้แค่ 4.7GHz) การอัพเกรดเป็น Special Edition ก็ช่วยเพิ่มความแรงให้อีกหน่อย

    Core i9-9900KS ยังใช้กระบวนการผลิตที่ 14 นาโนเมตร และสถาปัตยกรรม Coffee Lake เหมือนเดิม สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือเรื่องของคล็อคเท่านั้น ตอนนี้อินเทลยังไม่เปิดเผยข้อมูลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าพลังงาน TDP รวมถึงราคา

    ที่มา - Intel, Tom's Hardware

    Topics: IntelCoreCPUCore i9Processor
    Tesla กำหนดให้ Supercharger บางแห่งชาร์จแบตได้เพียง 80% เพื่อลดเวลารอใช้งาน

    Tesla กำหนดให้ Supercharger บางแห่งชาร์จแบตได้เพียง 80% เพื่อลดเวลารอใช้งาน


    Tesla เพิ่มข้อจำกัดใหม่ในการใช้สถานี Supercharger ที่อยู่ในโซนที่มีจำนวนผู้ใช้บริการมากราว...

    Tesla เพิ่มข้อจำกัดใหม่ในการใช้สถานี Supercharger ที่อยู่ในโซนที่มีจำนวนผู้ใช้บริการมากราว ซึ่งคิดเป็น 17% ของสถานีทั้งหมดในอเมริกาเหนือ ให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้สูงสุดเพียง 80% เท่านั้น

    การจำกัดของ Tesla จะแบ่งตามสถานีโดยขึ้นกับจำนวนผู้ใช้บริการ คือ 8% ของสถานีทั้งหมดจะจำกัดตลอดเวลา ส่วนอีก 9% จะจำกัดเฉพาะช่วงวันหยุดพักผ่อนหรือมีอีเว้นท์ใหญ่ ๆ ซึ่ง Tesla ระบุว่าถ้าผู้ใช้รถไปจอดที่สถานีที่ถูกจำกัดการชาร์จ จะมีการแจ้งเตือนบอกด้วย

    อย่างไรก็ดี Tesla มีข้อยกเว้นไว้สำหรับผู้เดินทางไกล คือถ้าใช้เส้นทางไป Supercharger ผ่านระบบ trip planner ผู้ใช้สถานีจะได้รับไฟเพียงพอสำหรับการใช้รถจนจบทริป แต่ถ้ามี Supercharger ที่ปลายทาง ก็จะต้องชาร์จตามข้อจำกัดเหมือนเดิม

    Tesla เชื่อว่าการเพิ่มข้อจำกัดนี้จะช่วยให้คนใช้งานสถานี Supercharger ได้ดีขึ้น 34% ในสถานีที่มีคนใช้งานจำนวนมากเมื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์อื่นของ Supercharger อย่างเช่น On-Route Battery Warmup ที่จะเพิ่มอุณหภูมิแบตเตอรี่ให้ถึงจุดที่เหมาะสมก่อนที่จะถึงสถานีชาร์จไฟ

    ที่มา - Electrek, Engadget


    ภาพประกอบข่าวจากเว็บไซต์ Tesla

    Topics: Tesla Motors
    นักดูดตัวจริง Epic Games ดึงตัวผู้จัด Overwatch League มาดูแลการแข่ง esports ของ Fornite

    นักดูดตัวจริง Epic Games ดึงตัวผู้จัด Overwatch League มาดูแลการแข่ง esports ของ Fornite


    เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่เกมที่ Epic Games กระหน่ำดึงตัวมาอยู่บนแพล็ตฟอร์มของตัวเอง เพราะล่าสุด...

    เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่เกมที่ Epic Games กระหน่ำดึงตัวมาอยู่บนแพล็ตฟอร์มของตัวเอง เพราะล่าสุด พวกเขาได้เจรจาดึงตัว Nate Nanzer คณะกรรมาธิการผู้ร่วมก่อตั้ง Overwatch League ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม มาช่วยดูแลและพัฒนาด้าน esports สำหรับเกม Fortnite เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    Nate Nanzer คือหนึ่งในผู้ร่วมผลักดัน Overwatch League ลีก esports ระดับอาชีพที่มีมาตรฐานการแข่งไม่แตกต่างการจากแข่งขันกีฬาทั่วไป รวมถึงเขายังเป็นคนสำคัญในการช่วยเจรจาให้ทีมกีฬาดังๆ มาซื้อสิทธิ์ในการทำทีมในลีกนี้อีกด้วย

    สำหรับผู้ที่จะรับช่วงต่อแทนจาก Nate คือ Pete Vlastelica ซึ่งเป็น CEO ของหน่วยงานด้าน esports ของ Activision Blizzard

    มีความเป็นไปได้ว่าการดึงตัว Nate ในครั้งนี้อาจจะมาช่วยต่อแนวทางการจัดการแข่งขัน esports ของ Fortnite หลังจากจบการแข่งขัน Fortnite World Cup ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้

    ที่มา: The Verge

    Topics: Epic GamesOverwatch Leagueesports
    ไมโครซอฟท์ยอมแก้ดีไซน์ไอคอนใหม่ VS Code หลังโดนวิจารณ์ว่าคล้าย Excel

    ไมโครซอฟท์ยอมแก้ดีไซน์ไอคอนใหม่ VS Code หลังโดนวิจารณ์ว่าคล้าย Excel


    Visual Studio Code เคยมีปัญหาเรื่องไอคอนมาแล้วรอบหนึ่งในปี 2017 ที่เปลี่ยนไอคอนจากสีฟ้าเป็นสีส้ม...

    Visual Studio Code เคยมีปัญหาเรื่องไอคอนมาแล้วรอบหนึ่งในปี 2017 ที่เปลี่ยนไอคอนจากสีฟ้าเป็นสีส้ม แต่โดนผู้ใช้ประท้วงจนไมโครซอฟท์ต้องเปลี่ยนกลับเป็นเหมือนเดิม

    แต่เมื่อลูกพี่ใหญ่ Visual Studio 2019 เปลี่ยนดีไซน์ไอคอนของตัวเองให้โค้งมนขึ้น กลับมาใช้แสงเงามากขึ้นตาม Fluent ดีไซน์ยุคใหม่ของไมโครซอฟท์ (เหมือนกับไอคอนชุดใหม่ของ Microsoft Office) ก็ทำให้ Visual Studio Code ต้องเปลี่ยนไอคอนตามไปด้วย

    ในแง่รูปร่าง (shape) ไอคอนใหม่ของ Visual Studio Code ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก เพราะใช้ shape รูปกากบาทเหมือนเดิม สีฟ้าเหมือนเดิม เปลี่ยนแค่สไตล์การนำเสนอเท่านั้น

    แต่ Visual Studio Code ยังมีซอฟต์แวร์เวอร์ชันพรีวิว (Insider) ที่ใช้ไอคอนสีเขียว เพื่อแสดงถึงความแตกต่างจากเวอร์ชันเสถียร (ลักษณะเดียวกับ Chrome Canary ที่ใช้สีเหลือง) โดยไอคอนแบบใหม่จะตัดขอบดำตรงด้านข้างเล็กน้อย เพื่อให้ต่างจากไอคอนสีฟ้าเวอร์ชันเสถียรเล็กน้อย ผลคือไอคอนรูปกากบาทหรือโบว์ จะกลายเป็นตัว X แทน

    ผลของการใช้ไอคอนรูป X และสีเขียว ก็ทำให้มันถูกวิจารณ์ว่า "เหมือนกับไอคอน Excel"

    ล่าสุดไมโครซอฟท์รับฟังความเห็นในเรื่องนี้ และปรับปรุงการออกแบบไอคอนใหม่ โดยลดระยะของเส้นตัดขอบดำให้เล็กลง และปรับโทนสีเขียวที่ใช้ให้แตกต่างไปจากสีเขียวของ Excel ให้ดูแตกต่างกันมากขึ้น

    ไอคอนใหม่ของ Visual Studio 2019 (ขวา) vs ไอคอนเก่า

    ไอคอนใหม่ของ Visual Studio Code (ขวา) vs ไอคอนเก่า

    ไอคอนใหม่ของ Visual Studio Code Preview (ขวา) vs ไอคอนเก่า

    ไอคอนของ Visual Studio Code Preview แบบปรับปรุงใหม่ล่าสุดแล้ว

    วางเรียงกันให้เห็นเปรียบเทียบชัดๆ ระหว่างไอคอนของ Excel กับ Visual Studio Code Preview

    ไอคอนใหม่ของ Visual Studio Code จะเริ่มใช้กับเวอร์ชันพรีวิวในสัปดาห์หน้า และใช้กับเวอร์ชันเสถียรที่จะออกในช่วงต้นเดือนมิถุนายน

    ที่มา - Thurrott, Neowin

    Topics: Visual Studio CodeMicrosoftExcelDesign
    ราคารับซื้อ Huawei P30 Pro มือสองในอังกฤษลดฮวบ เหลือแค่ 4 พันบาทเท่านั้น

    ราคารับซื้อ Huawei P30 Pro มือสองในอังกฤษลดฮวบ เหลือแค่ 4 พันบาทเท่านั้น


    ต่อจากข่าว ผู้บริโภคทั่วโลกแห่ขายมือถือ Huawei เพราะไม่มั่นใจในอนาคตหลังโดนสหรัฐแบน...

    ต่อจากข่าว ผู้บริโภคทั่วโลกแห่ขายมือถือ Huawei เพราะไม่มั่นใจในอนาคตหลังโดนสหรัฐแบน ส่งผลให้ราคาขายต่อมือสองของมือถือ Huawei ในอังกฤษตกฮวบแล้ว

    เว็บไซต์ซื้อขายมือถือมือสอง musicMagpie ประเมินราคาขายต่อของ Huawei P30 Pro รุ่นความจุ 128GB สภาพดี (good condition) แค่เพียง 100 ปอนด์ (4 พันบาท) เท่านั้น ถ้าเทียบกับมือถือคู่แข่งระดับเดียวกันคือ Samsung Galaxy S10+ รุ่นความจุ 128GB เท่ากัน ให้ราคาที่ 510 ปอนด์ (20,600 บาท)

    ส่วนเว็บไซต์คู่แข่ง WeBuyTek ให้ราคา Galaxy S10+ ความจุ 128GB ที่ 470 ปอนด์ และให้ราคา Huawei P30 Pro เป็นศูนย์ เพราะไม่รับซื้อแล้วนั่นเอง

    เราไม่เห็นราคาขายต่อของมือถือ Huawei ในสหรัฐอเมริกาเท่าไรนัก เพราะไม่มีวางขายเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ Huawei มีฐานลูกค้าค่อนข้างใหญ่ในทวีปยุโรป ซึ่งการที่ราคารับซื้อต่อลดลงมาเยอะขนาดนี้ ก็คงไม่เป็นผลดีกับ Huawei แน่นอน

    ที่มา - Forbes

    Topics: HuaweiUKMobile
    เก็บตกงาน Build 2019 ไมโครซอฟท์ขยายการใช้ Fluent Design System ไปยังแพลตฟอร์มอื่นนอกเหนือจาก Windows

    เก็บตกงาน Build 2019 ไมโครซอฟท์ขยายการใช้ Fluent Design System ไปยังแพลตฟอร์มอื่นนอกเหนือจาก Windows


    ในงาน Build 2019 เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ไมโครซอฟท์ได้ประกาศขยายการใช้งาน Fluent Design System...

    ในงาน Build 2019 เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ไมโครซอฟท์ได้ประกาศขยายการใช้งาน Fluent Design System แนวทางการดีไซน์ส่วนติดต่อผู้ใช้ของบริษัท ที่แต่เดิมได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับ Windows 10 โดยเฉพาะ ให้ครอบคลุมการพัฒนาแอพบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เว็บ, Android และ iOS

    เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอพที่ใช้แนวทางการออกแบบเดียวกันกับ Fluent Design และยังคงไว้ซึ่งความสอดคล้องกันของดีไซน์แม้ว่าจะเป็นแอพที่พัฒนาบนต่างแพลตฟอร์มได้สะดวกขึ้น

    โดยได้เปิดให้นักพัฒนาเข้าถึงไลบรารีส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI library) และเครื่องมือสำหรับการออกแบบ (Toolkit สำหรับ Figma, Sketch หรือ Adobe XD) ซึ่งเป็นไลบรารีและเครื่องมือชุดเดียวกันกับที่ทีมพัฒนาภายในไมโครซอฟท์ใช้สร้างแอพและผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์เองให้มีส่วนติดต่อผู้ใช้แบบ Fluent Design

    ตัวไลบรารี Fluent Design ที่ไมโครซอฟท์เตรียมไว้ให้นักพัฒนาใช้เขียนแอพแบบเนทีฟบนแต่ละแพลตฟอร์มสามารถสรุปได้ดังนี้

    Windows UI สำหรับการพัฒนาแอพ Windows UWP รวมถึง WPF, WinForms และ Win32 (ผ่านการฝังคอนโทรลด้วย XAML Islands) Web UI Faric สำหรับการพัฒนาเว็บประกอบไปด้วย Fabric Core (ชื่อเดิม Office UI Fabric) ไลบรารีพัฒนาเว็บแอพฝั่ง front-end (แบบเดียวกันกับ Bootstrap) Fabric React ไลบรารีพัฒนาเว็บแอพด้วย ReactJS Fabric Android สำหรับการพัฒนาแอพ Android ด้วย Java, Kotlin Fabric iOS สำหรับการพัฒนาแอพ iOS ด้วย Objective-C, Swift

    เพื่อการนี้ไมโครซอฟท์ยังได้เปิดซอร์สไลบรารีส่วนติดต่อผู้ใช้ข้างต้นบน GitHub เพื่อรับฟีดแบ็คและการแก้ไขจากนักพัฒนาภายนอกอีกด้วย

    ทั้งนี้ Fluent Design บน iOS และ Android จะไม่ได้รับเอาแนวทางการออกแบบของ Fluent Design บน Windows มาทั้งหมด ซึ่งเป็นความตั้งใจของไมโครซอฟท์ที่ต้องการให้แอพซึ่งสร้างด้วย Fluent Design มีดีไซน์ของส่วนติดต่อผู้ใช้ที่สอดคล้องกับตัวระบบปฏิบัติการที่ผู้ใช้ใช้งานมากกว่า

    ภาพตัวอย่างคอนโทรลแบบ Fluent Design บน iOS

    ภาพตัวอย่างคอนโทรลแบบ Fluent Design บน Android

    ไม่เพียงแค่นั้น ไมโครซอฟท์ยังบอกว่าในอนาคต บริษัทจะพัฒนา Fluent Design System ให้รองรับเทคโนโลยีพัฒนาแอพข้ามแพลตฟอร์ม อย่าง React Native หรือ Xamarin Form เพิ่มเติมอีกด้วย

    นักพัฒนาท่านใดสนใจแนะนำให้เข้าไปชมวิดีโอจากงาน Build 2019 เซสชั่น Fluent Design System: the journey to cross-platform ได้ที่ลิงก์นี้ หรือเข้าไปอ่านเอกสารต่างๆ ได้เว็บนี้ครับ

    ที่มา - ยูทูบ Microsoft Developer, MSPoweruser

    Topics: MicrosoftDesignDevelopmentWindows 10Web ApplicationAndroidiOS
    Facebook คาดเปิดตัวเงินดิจิทัล ไตรมาส 1 ปี 2020 ดึงโจทก์เก่า คู่แฝด Winklevoss มาช่วยพัฒนาโครงการ

    Facebook คาดเปิดตัวเงินดิจิทัล ไตรมาส 1 ปี 2020 ดึงโจทก์เก่า คู่แฝด Winklevoss มาช่วยพัฒนาโครงการ


    เราได้ยินข่าวเรื่อง Facebook มีความสนใจในเทคโนโลยี Blockchain มาก...

    เราได้ยินข่าวเรื่อง Facebook มีความสนใจในเทคโนโลยี Blockchain มาก และยังมีข่าวว่าอาจออกสกุลเงินดิจิทัลขึ้นมาเองระยะหนึ่งแล้ว ล่าสุด BBC รายงานว่า Facebook มีแผนเปิดตัวระบบเงินดิจิทัลของตนเองภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 หรือปีหน้า โดยช่วงแรกจะเปิดให้บริการราว 10 ประเทศ ซึ่งจะมีการทดสอบระบบช่วงปลายปี ตอนนี้มีชื่อเรียกกันภายในว่า GlobalCoin

    นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่าเพื่อผลักดันโครงการนี้ ซีอีโอ Mark Zuckerberg ได้มีการเจรจากับคู่แฝด Winklevoss (Cameron และ Tyler) ที่เคยฟ้องร้องเขาว่าขโมยไอเดีย Facebook จนจบด้วยการจ่ายเงินยอมความ เนื่องจากตอนนี้คู่แฝด Winklevoss ประสบความสำเร็จในการลงทุน Bitcoin และปัจจุบันเป็นเจ้าของตลาดซื้อขายเงินดิจิทัล Gemini แถมยังออกสกุลเงินดิจิทัล Gemini Dollar (GUSD) ที่เป็นเงินดิจิทัลผูกมูลค่ากับเงินดอลลาร์ด้วย

    ถึงแม้จะเคยขัดแย้งกันมาก่อน แต่คู่แฝด Winklevoss นี้เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของ Zuckererg ที่มหาวิทยาลัย Harvard และมีความเข้าใจในโลกเงินดิจิทัลดี จึงเหมาะสมที่จะมาร่วมมือกับ Facebook ซึ่งมีการตั้งชื่อโครงการภายในว่า Project Libra และดำเนินงานมามากกว่าหนึ่งปีแล้ว

    ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนนักว่าเงินดิจิทัลของ Facebook จะใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่คาดกันว่า น่าจะสามารถโอนเงินหากันระหว่างผู้ใช้ตลอดจนข้ามแพลตฟอร์มภายใน รวมทั้ง WhatsApp และ Instagram ตลอดจนอาจใช้ซื้อสินค้าแลกเปลี่ยนกันภายในได้ด้วย

    ที่มา: BBC และ CNBC

    Topics: FacebookWhatsAppRumorsCryptocurrencyInstagram
    สตูดิโอเกมอินดี้เปิดตัว Pupperazzi  เกมที่ให้ผู้เล่นใช้มือถือวิ่งถ่ายรูปน้องหมา

    สตูดิโอเกมอินดี้เปิดตัว Pupperazzi เกมที่ให้ผู้เล่นใช้มือถือวิ่งถ่ายรูปน้องหมา


    สตูดิโอเกม Sundae Month เปิดตัวเกม Pupperazzi เกม AR...

    สตูดิโอเกม Sundae Month เปิดตัวเกม Pupperazzi เกม AR ที่ให้ผู้เล่นใช้มือถือและคอยตามหาน้องหมาเพื่อถ่ายรูปน้องหมาที่จะโผล่ตามสถานที่ต่างๆ ถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้

    ตัวเกมรองรับทั้งผู้เล่นคนเดียวและผุ้เล่นหลายคน แข่งกับเพื่อนๆ ได้ว่าใครตามถ่ายรูปน้องหมาได้มากกว่ากัน ตัวเกมยังไม่กำหนดเวลาเปิดตัว แต่คาดว่าจะเปิดให้เล่นภายในปี 2019 นี้

    ที่มา - Kotaku

    Topics: GamesAugmented Reality
    Opera กำลังทำเบราเซอร์ตัวใหม่ในชื่อ Opera GX สำหรับคนเล่นเกมโดยเฉพาะ

    Opera กำลังทำเบราเซอร์ตัวใหม่ในชื่อ Opera GX สำหรับคนเล่นเกมโดยเฉพาะ


    Opera กำลังเตรียมสร้างเบราเซอร์ตัวใหม่ที่เจาะกลุ่มคนเล่นเกมโดยเฉพาะที่มาในชื่อ Opera GX...

    Opera กำลังเตรียมสร้างเบราเซอร์ตัวใหม่ที่เจาะกลุ่มคนเล่นเกมโดยเฉพาะที่มาในชื่อ Opera GX ที่ตอนนี้ได้ปล่อยหน้าเว็บอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    โดยข้อมูลในตอนนี้ยังไม่มีอะไรมาก ในเว็บไซต์ได้แสดงหน้าตาของตัวเบราเซอร์ที่ยังคงความเป็น Opera ในรุ่นปัจจุบันที่มีฐานเป็น Chromium แต่ถ้าสังเกตให้ดีในแถบด้านข้างมีไอคอนที่ละม้ายคล้ายคลึงกับไอคอนตัวเร่งความเร็วคาดว่าจะกระทำบางอย่างที่ปรับแก้ไขตัวเบราเซอร์ ในส่วนของแถบแท็บด้านซ้ายติดกับโลโก้จะเห็นว่ามีไอคอนรูปจอยสติ๊กถัดจากโลโก้ และเบราเซอร์ตัวนี้อาจจะสามารถเปลี่ยนสีแบบ RGB ได้ เมื่อนำเมาส์ไปวางไว้ตรงกลางเบราเซอร์ในเว็บไซต์จะมีแถบเลื่อนให้เลือกสีได้ตามใจชอบ

    มีการคาดการจาก gHacks ว่า Opera GX จะเป็นการปรับแต่งเบราเซอร์ทั้งหมดให้เหมาะกับสภาพการเล่นเกมบนเบราเซอร์มากขึ้น และลดฟังก์ชั่นบางอย่างที่มีผลต่อ CPU หรือแรมเพื่อเร่งประสิทธิภาพของแรมได้มากยิ่งขึ้น

    สำหรับคนที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับข้อมูลข่าวสาร และรับการทดสอบในอนาคตได้จากที่มาของข่าวนี้ครับ

    ความเห็นของผู้เขียน : การที่ Opera สร้างเบราเซอร์สำหรับเล่นเกมขึ้นมาโดยเฉพาะ คาดว่าอาจจะเป็นการต้อนรับการมาของบริการเกมสตรีมมิ่ง Stadia ของ Google เอง หรือเพื่อเล่นเกมบนเบราเซอร์ด้วยเทคโนโลยี WebGL ได้ดียิ่งขึ้นครับ

    ที่มา - Opera GX, Opera Forums และ gHacks

    Topics: OperaBrowserGaming
    Huawei จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า Hongmeng OS เสร็จแล้ว

    Huawei จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า Hongmeng OS เสร็จแล้ว


    พูดถึงกันมาเยอะกับระบบปฏิบัติการ Hongmeng OS ของ Huawei ล่าสุดมีข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า Huawei...

    พูดถึงกันมาเยอะกับระบบปฏิบัติการ Hongmeng OS ของ Huawei ล่าสุดมีข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า Huawei จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "Hongmeng" เสร็จเรียบร้อยแล้ว

    ข้อมูลนี้มาจากเว็บไซต์ของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศจีน (China's National Intellectual Property Administration) ระบุว่า Huawei ยื่นขอจดเครื่องหมายการค้าคำว่า Hongmeng ตั้งแต่ 24 สิงหาคม 2018 และได้รับอนุมัติในวันที่ 14 พฤษภาคม 2019 มีอายุคุ้มครองนาน 10 ปี

    ตอนนี้เรายังไม่มีรายละเอียดของ Hongmeng OS มากนัก นอกเหนือจากที่ Richard Yu ผู้บริหารสูงสุดฝั่งธุรกิจคอนซูเมอร์ของ Huawei ที่ออกมาพูดถึงระบบปฏิบัติการตัวใหม่ที่ใช้กับอุปกรณ์ได้ทุกประเภท และบอกเพียงว่ามันรันแอพ Android และเว็บแอพได้

    ที่มา - CTGN

    ภาพจาก Huawei

    Topics: HuaweiTrademarkOperating System